คดีกู้ยืมเงินผ่าน Facebook ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
การกู้ยืมเงินผ่าน Facebook ฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่?
ปัจจุบันการตกลงกู้ยืมเงินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนในอดีต แต่หลายกรณีมีการพูดคุยและตกลงกันผ่าน Facebook, LINE หรือแอปพลิเคชันอื่น ๆ ซึ่งหากเกิดข้อพิพาท หลายคนมักสงสัยว่าหลักฐานในโลกออนไลน์สามารถนำมาใช้ต่อสู้คดีในศาลได้หรือไม่
คำตอบคือ สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ หากมีความน่าเชื่อถือและเมื่อพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานอื่นแล้ว ศาลเห็นว่าสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
กรณีศึกษาจากคดีที่สำนักงานดำเนินการ
สำนักงานกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ได้รับมอบหมายให้เป็นทนายความฝ่ายโจทก์ในคดีกู้ยืมเงินผ่าน Facebook เป็นทุนทรัพย์ 49,400 บาท
หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้น ศาลได้พิจารณาข้อเท็จจริงและมีคำพิพากษา ให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้อง
ต่อมา จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
เมื่อศึกษาคำอุทธรณ์แล้ว เห็นว่าประเด็นที่อ้างยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้ผลคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง อีกทั้งพยานหลักฐานในสำนวนมีความครบถ้วน จึงประเมินว่า ไม่มีความจำเป็นต้องยื่นคำแก้อุทธรณ์ เพื่อไม่ให้ลูกความต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น
ท้ายที่สุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามคำพิพากษาเดิม
คดีนี้ให้ข้อคิดอะไร?
หลายคนเข้าใจว่าหากไม่มีสัญญากู้เป็นกระดาษ จะไม่สามารถฟ้องร้องได้
แต่ในความเป็นจริง ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น
- ข้อความสนทนาใน Facebook หรือแอปพลิเคชันอื่น
- หลักฐานการโอนเงิน
- ข้อความรับสภาพหนี้
- พยานบุคคล
- พฤติการณ์ของคู่กรณี
การมีหลักฐานที่ครบถ้วนและเชื่อมโยงกัน อาจเพียงพอให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้
เหตุใดจึงไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์?
หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่ออีกฝ่ายอุทธรณ์ จะต้องยื่นคำแก้อุทธรณ์ทุกคดี
ในทางปฏิบัติ ทนายความควรประเมินข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละคดีอย่างรอบคอบ หากเห็นว่าอุทธรณ์ไม่มีประเด็นใหม่หรือไม่มีเหตุอันอาจทำให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลง การไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ในบางกรณีก็อาจเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกความได้
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและรายละเอียดของแต่ละคดี ไม่สามารถใช้ได้กับทุกกรณี
สิ่งที่ควรรู้
หากมีการกู้ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ ควรเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ เช่น
- ข้อความสนทนา
- หลักฐานการโอนเงิน
- สลิปการชำระเงิน
- ข้อความรับสภาพหนี้
- ข้อมูลการติดต่อของคู่กรณี
หลักฐานเหล่านี้อาจมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลในอนาคต
หมายเหตุ
บทความนี้นำเสนอในลักษณะกรณีศึกษา โดยสรุปจากคดีที่สำนักงานดำเนินการจริง ทั้งนี้ ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาลในแต่ละกรณี จึงไม่อาจนำผลของคดีหนึ่งไปใช้สรุปกับทุกคดีได้
ปรึกษากฎหมาย
หากคุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน การผิดสัญญา หรือกำลังถูกฟ้องคดี สามารถปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินแนวทางทางกฎหมายได้







